หลังจากเพิ่งเข้าสู่ปี 2026 ได้เพียงสามสัปดาห์ ทองได้ส่งสัญญาณชัดเจน: การพุ่งขึ้นครั้งนี้ไม่ใช่แค่การดีดตัวระยะสั้น แต่เป็นการปรับกรอบราคาตลาดใหม่ หลังจากทะลุ $4,700 เมื่อวันก่อน ราคาทองสปอตยังคงไต่ขึ้นต่อในวันที่ 21 มกราคม ทะลุ $4,800 ต่อออนซ์ ทำสถิติสูงสุดอีกครั้ง

ด้วยแรงโมเมนตัมที่แข็งแกร่งเช่นนี้ ตลาดจึงตั้งคำถามว่า: อีกนานแค่ไหนกว่าทองจะทดสอบ $5,000? และหากถึงระดับสำคัญนี้ จะสามารถยืนและสร้างแนวรับใหม่ได้หรือไม่?
การพุ่งขึ้นล่าสุดของทองสะท้อนลักษณะโมเมนตัมที่ชัดเจน ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานและโครงสร้างระยะกลางถึงยาวยังคงหนุนราคา
ในเชิงเทคนิค ทองทะลุ $4,700 และ $4,800 ต่อเนื่องโดยแทบไม่ย่อตัว สะท้อนแรงซื้อที่แข็งแกร่ง กระแสเก็งกำไรระยะสั้นและเงินไหลเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยร่วมกันผลักดันราคาให้สูงขึ้นต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ความน่าสนใจในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยยังเป็นแรงหนุนสำคัญ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังเพิ่มขึ้น ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและยุโรปยังดำเนินต่อ และความไม่แน่นอนของนโยบาย Fed ทำให้ทองดูน่าสนใจกว่าสินทรัพย์เสี่ยง
นอกจากนี้ ปัจจัยบวกระยะกลางและยาวยังแข็งแกร่ง แนวโน้มลดการพึ่งพา USD ทำให้ธนาคารกลางสะสมทองต่อเนื่อง Fed อยู่ในวัฏจักรลดดอกเบี้ย เศรษฐกิจโลกชะลอตัว และความต้องการทองจาก ETF และทองจริงยังสูง ทั้งหมดนี้ช่วยสร้างฐานราคาที่มั่นคง
ต่างจากรอบก่อนที่ราคาทองขึ้นจากคาดการณ์ลดดอกเบี้ยหรือเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์เฉพาะครั้ง ปัจจุบันทองกลายเป็นสินทรัพย์ประกันในสภาพแวดล้อมมหภาคที่ซับซ้อน ปกป้องระบบเครดิต ระบบการเงิน และความมั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ หมายความว่าการขึ้นของทองไม่ต้องพึ่ง “ข้อมูลสมบูรณ์” ตราบใดที่ความไม่แน่นอนยังอยู่ ราคาย่อมมีแนวโน้มสูงขึ้น
ตามตรรกะนี้ ระดับ $5,000 ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม แต่เป็นการขยายกรอบราคาที่สมเหตุสมผล
การขึ้นล่าสุดของทองสะท้อนแรงซื้อเพื่อความปลอดภัย แต่หากจะท้าทาย $5,000 ความต้องการนี้ต้องต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่การรีบาวด์ชั่วคราว
หากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลายเร็ว เงินอาจไหลกลับไปหุ้นและพันธบัตร ทำให้แรงซื้อทองอ่อนลง
แต่ถ้าความเสี่ยงใหม่ยังเกิดขึ้น แม้สินทรัพย์เสี่ยงรีบาวด์ชั่วคราว นักลงทุนก็ยังเลือก “กำไรน้อยแต่ปลอดภัย” ทำให้แรงซื้อทองยังอยู่
หนึ่งในคุณค่าหลักของทองคือการเป็นประกันต่อความเสี่ยงของสถาบันและระบบเครดิต หากตลาดเริ่มสงสัยความเป็นอิสระของธนาคารกลาง หรือกังวลการเมืองแทรกแซงนโยบายการเงิน บทบาททองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจะยิ่งแข็งแกร่ง
หากการขาดดุลและปัญหาหนี้กลายเป็นเรื่องปกติ ทองจะเป็น “สินทรัพย์สุดท้ายที่ไม่ต้องพึ่งพาระบบภายนอก”
หากความไม่แน่นอนมหภาครุนแรงขึ้น เช่น การเปลี่ยนนโยบายกะทันหัน สภาพคล่องการคลังแย่ลง หรือความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินสั่นคลอน เงินทุนที่เคยจัดสรรอย่างมีเหตุผลอาจไหลเข้าสู่ทองมากขึ้น
ปัจจัยที่กระทบราคาทองโดยตรงคืออัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง หากเงินเฟ้อสหรัฐอยู่ในระดับควบคุมได้ วิธีลดต้นทุนโอกาสถือทองคือการที่ตลาดคาดการณ์ลดดอกเบี้ยมากขึ้น
หากข้อมูลตลาดแรงงานอ่อนตัว หรือ Fed ส่งสัญญาณผ่อนคลายมากขึ้น นักลงทุนจะคาดว่าดอกเบี้ยในอนาคตต่ำลง หนุนราคาทองต่อ
หาก 2 ใน 3 ปัจจัยนี้เกิดพร้อมกัน โอกาสทองทดสอบ $5,000 จะสูงมาก
โดยรวมจากแรงหนุนระยะสั้นถึงแนวโน้มระยะยาว ปัจจัยบวกมีมาก ทำให้ $5,000 เป็นเป้าหมายที่สมเหตุสมผล แต่การแตะระดับนี้ไม่ได้หมายความว่าจะยืนได้ทันที
เหตุผลง่าย ๆ: $5,000 เป็นตัวเลขเชิงจิตวิทยาที่สำคัญ ทั้งนักเทรดเทคนิคและนักลงทุนระยะยาวอาจเลือกขายทำกำไร รอ หรือแม้แต่เทรดสวน ทำให้ความผันผวนเพิ่มขึ้น และตลาดอาจแตกต่างในมุมมองมากขึ้น
ดังนั้นคำถามสำคัญไม่ใช่ว่าทองจะถึง $5,000 หรือไม่ แต่คือจะยืนได้หรือไม่ หากการย่อตัวสั้นและจำกัด แปลว่าฐานราคากำลังสูงขึ้น เปิดทางขึ้นต่อในระยะถัดไป
เนื้อหาที่ให้ไว้ในที่นี้ไม่ได้จัดทำขึ้นตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมความเป็นอิสระของการวิจัยการลงทุน และด้วยเหตุนี้จึงถือเป็นการสื่อสารทางการตลาด แม้ว่าจะไม่อยู่ภายใต้ข้อห้ามใดๆ ในการจัดการก่อนการเผยแพร่การวิจัยการลงทุน แต่เราจะไม่แสวงหาผลประโยชน์ใดๆ ก่อนที่จะส่งมอบให้กับลูกค้าของเรา